หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Apple Store และ iStudio ความเหมือนที่แตกต่าง

เชื่อได้ว่าคงมีเพื่อนๆ หลายคนสับสนระหว่าง Apple Store และ iStudio ที่เป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple อย่าง MacBook, iPad, iPhone ต่างๆ แน่นอน โดยในส่วนของบทความนี้เราจะมาแนะนำทำความรู้จักกับ?Apple Store และ iStudio ว่าทั้งสองอย่างนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

Apple Store

Apple Store ก็คือ ร้านที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple ที่เป็นของ Apple เองจริงๆ ที่จะมีเฉพาะในบางประเทศเท่านั้น อย่าง อเมริกา, อังกฤษ, ญี่ปุ่น เป็นต้น ที่หลักๆ แล้วจะกระจายอยู่ตามแหล่งย่านการค้าที่สำคัญๆ โดยอาจจะเป็นอาคารเดี่ยวๆ หรืออยู่ในห้างสรรพสินค้าในเรื่องมาตรฐานการให้บริการจัดได้ว่าอยู่ในระดับสูงน่าประทับใจ เพราะได้รับการคัดสรรพนักงานและฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจากทาง Apple โดยตรง รวมไปถึงพื้นที่ในร้านจะมีขนาดใหญ่หรือใหญ่มาก พร้อมตกแต่งให้สวยงามหรูหราแบบเรียบๆ สไตล์ Apple อีกด้วย ที่สำคัญคือจะมีเพียงโลโก้ Apple ขนาดใหญ่อยู่ที่หน้าร้านเท่านั้น โดยไม่มีตัวอักษรหรือชื่อร้านอื่นๆ อย่างใดระบุไว้เลย

แต่สำหรับในประเทศไทย?ร้าน?Apple Store ที่เป็นหน้าร้านจริงๆ อารมณ์ประมาณเปิดขายตามห้างไอทีต่างๆ นั้น ตอนนี้ยังไม่มีนะครับ (ในอนาคตอาจจะมีก็เป็นไปได้) ซึ่งถ้าใครต้องการจะซื้อผลิตภัณฑ์ Apple ผ่านทางร้าน Apple Store จำเป็นต้องสั่งออนไลน์ในเว็บไซต์?Apple Store Online Thailand?อย่างเดียวเท่านั้นในตอนนี้ ซึ่ง Apple Store Singapore เป็นหน่วยงานที่จัดการดูแลอีกทีหนึ่ง แน่นอนว่าในการที่เราซื้อผลิตภัณฑ์ Apple ผ่านทาง Apple Store เราก็จะได้รับสิทธิ์ในการบริการเทียบเท่ากับที่เราซื้อผ่านหน้าร้าน Apple Store จริงๆ?
และในส่วนของ App Store ก็เป็นศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นของ iOS ไม่ได้เกี่ยงข้องโดยตรงอย่างไรกับ?Apple Store อันนี้ต้องขอบอกคนที่พูดผิดพูดถูกด้วย

iStudio

iStudio เป็นเพียง ดีลเลอร์ หรือร้านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple ที่ผ่านการแต่งตั้งจาก Apple แล้วเท่านั้น (หรือถ้าเป็นร้านที่มีเนื้อที่ใหญ่มากก็จะใช้ชื่อว่า iBeat และร้านไหนที่ตั้งในมหาวิทยาลัยจะใช้ชื่อว่า?U. Store) โดยแต่ละประเทศอาจจะใช้ชื่อที่เป็นร้านตัวแทนจำหน่ายไม่เหมือนกันก็ได้ ซึ่งอย่างประเทศไทยจะใช้เพียงชื่อ iStudio, iBeat, U. Store เท่านั้น และสำหรับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยก็มีอยู่หลายเจ้าด้วยกัน อาทิ Com7, Uficon,?Copperwired และ?Graphicscan ที่เราสามารถสังเกตุได้ง่ายจากชื่อ เช่น?iStudio by Com7 เป็นต้น
สำหรับในส่วนของการให้บริการก็คงต้องยอมรับว่าเป็นรอง?Apple Store จริงๆ เพราะพนักงานก็เป็นเพียงคนของร้านตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ไม่ใช่ของ Apple เองแต่อย่างใด แต่รวมๆ แล้วก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งในส่วนของการขายและบริการอื่นๆ อีกทั้งด้วยความที่มีมีหน้าร้านตามหน้าร้านไอทีต่างๆ ทำให้เราสามารถเดินเข้าไปซื้อผลิตภัณฑ์ Apple พร้อมดูของจริงๆ ที่เราจะซื้อได้ทันที?

ความแตกต่างระหว่าง Apple Store และ iStudio ในประเทศไทย

  • Apple Store ต้องสั่งออนไลน์แล้วรอของมาส่งที่บ้านเท่านั้น (รอที่บ้านตามวันที่กำหนดส่ง)
  • iStudio เราสามารถเดินไปซื้อได้ทันที สาขาไหนใกล้ก็ไปสาขานั้น
  • นโยบายบางอย่างของ Apple ใช้ได้กับ Apple Store เท่านั้น?
  • นโยบายบางอย่างของ Apple ไม่สามารถใช้กับ iStudio ได้
  • ของที่ซื้อผ่าน Apple Store สามารถเคลมได้ โดยการโทรสั่งให้มารับที่บ้าน หรือไปที่ศูนย์บริการ?Maccenter เองก็สามารถทำได้
  • ของที่ซื้อผ่าน iStudio สามารถเคลมได้ โดยการนำไปส่งที่ศูนย์บริการ?Maccenter หรือ iStudio เองก็สามารถทำได้
  • หากเครื่องเสียภายใน 7 วัน ถ้าซื้อจาก?Apple Store จะมี DHL (หรือ FedEx) มารับเครื่องเราแล้วไปเคลมให้อีกที
  • หากเครื่องเสียภายใน 7 วัน ถ้าซื้อจาก iStudio สามารถนำไปเปลี่ยนเครื่องจากร้านที่ซื้อมาได้ทันที
  • ซื้อของผ่าน Apple Store ต้องชำระผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น และไม่มีโปรโมชั่น 0% แต่อย่างใด
  • ซื้อของผ่าน iStudio สามารถชำระเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตได้ พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% กับบัตรที่ร่วมรายการ
  • Apple Store ไม่มีโปรโมชั่นส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์เสริมแต่อย่างใด
  • บางกรณีซื้อผ่าน?iStudio จะมีโปรโมชั่น ส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์เสริมชิ้นต่อไปได้
  • Apple Store เราสามารถใช้ สิทธิซื้อผลิตภัณฑ์ในราคานักศึกษาได้ทันทีทุกกรณี
  • ต้องเป็นร้าน?U. Store ตามมหาวิทยาลัย และเป็นนักศึกษา, อาจารย์ที่นั่นเท่านั้น ถึงจะสามารถใช้สิทธิ์ซื้อได้
  • ไม่ว่าจะซื้อจาก?Apple Store หรือ?iStudio ก็สามารถสอบถามได้ปัญหาได้ทั้ง?Apple Store Online เอง (โทรต่างประเทศแต่โทรฟรี) รวมถึงสอบถามตามร้าน iStudio หรือศูนย์บริการ?Maccenter ก็สามารถทำได้เช่นกัน
Cr. https://notebookspec.com

วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

9 มือถือน่าซื้อเดือนตุลาคม 2560

 

 

9 มือถือน่าซื้อเดือนตุลาคม 2560

- oppo R9s Pro
- Vivo V7+
- Wiko View Prime
- Wiko View / Wiko View XL
- Xiaomi Mi A1
- Huawei Nova 2i
- Apple iPhone 8
- Samsung Galaxy Note 8
- Apple iPhone X

 

Cr. nasmobile

5 อันดับ CPU มือถือตัวเทพ ปี 2017 เป็นชาว Geek ไม่รู้จักไม่ได้นะ

 

 

Cr. StepGeekTV Online

วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ipad ( 5 สิ่งที่หลงลืมไปกับการใช้ ipad )

Cr.  i Channel

21 วิธีแก้ iOS 11 แบตหมดไว กินแบต ประหยัดขึ้น | สอนใช้ง่ายนิดเดียว

ระบุรุ่น iPad ของคุณ

หาคำตอบว่าคุณมี iPad รุ่นใด
หากต้องการดูว่า Mac หรือ PC ของคุณสามารถใช้กับ iPad ได้หรือไม่ โปรดตรวจสอบความต้องการของระบบสำหรับรุ่นของคุณ

     iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 2)

iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 2)

  • ปี: 2017
  • ความจุ: 64, 256, 512 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1670 บน iPad Pro
    A1671 บน iPad Pro Wi-Fi + Cellular
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 12.9 นิ้ว
  • เทคโนโลยี ProMotion
  • จอภาพสีแบบกว้าง (P3)
  • เทคโนโลยีจอภาพ True Tone
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเทาสเปซเกรย์, สีทอง, หรือสีเงิน
  • Smart Connector
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad Pro Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight พร้อมแฟลช
  • Touch ID
  • ลำโพงเสียงสี่ตัว
  • การสนับสนุน Apple Pencil
  • การสนับสนุน Smart Keyboard



iPad Pro (10.5 นิ้ว)

iPad Pro (10.5 นิ้ว)

  • ปี: 2017
  • ความจุ: 64, 256, 512 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1701 บน iPad Pro
    A1709 บน iPad Pro Wi-Fi + Cellular
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 10.5 นิ้ว
  • เทคโนโลยี ProMotion
  • จอภาพสีแบบกว้าง (P3)
  • เทคโนโลยีจอภาพ True Tone
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเทาสเปซเกรย์, สีโรสโกลด์, สีทอง, หรือสีเงิน
  • Smart Connector
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad Pro Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight พร้อมแฟลช
  • Touch ID
  • ลำโพงเสียงสี่ตัว
  • การสนับสนุน Apple Pencil
  • การสนับสนุน Smart Keyboard



     iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว

iPad Pro (9.7 นิ้ว)

  • ปี: 2016
  • ความจุ: 32, 128, 256 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1673 บน iPad Pro
    A1674 หรือ A1675 บน iPad Pro Wi-Fi + Cellular
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 9.7 นิ้ว
  • เทคโนโลยีจอภาพ True Tone
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ สีทอง หรือสีโรสโกลด์
  • Smart Connector
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad Pro Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight พร้อมแฟลช
  • Touch ID
  • ลำโพงเสียงสี่ตัว
  • การสนับสนุน Apple Pencil
  • การสนับสนุน Smart Keyboard



     

iPad Pro (12.9 นิ้ว)

  • ปี: 2015
  • ความจุ: 32, 128, 256 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1584 บน iPad Pro
    A1652 บน iPad Pro Wi-Fi + Cellular
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 12.9 นิ้ว
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ หรือสีทอง
  • Smart Connector
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad Pro Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight
  • Touch ID
  • ลำโพงเสียงสี่ตัว
  • การสนับสนุน Apple Pencil
  • การสนับสนุน Smart Keyboard



     

iPad Air 2

  • ปี: ปลายปี 2014
  • ความจุ: 16, 32, 64, 128 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1566 บน iPad Air 2
    A1567 บน iPad Air 2 Wi-Fi + Cellular
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 9.7 นิ้ว
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ หรือสีทอง
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad Air 2 Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight
  • Touch ID




     

iPad Air

  • ปี: ปลายปี 2013 และต้นปี 2014
  • ความจุ: 16, 32, 64, 128 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1474 บน iPad Air Wi-Fi
    A1475 บน iPad Air Wi-Fi + Cellular
    A1476 บน iPad Air Wi-Fi + Cellular (TD-LTE) วางจำหน่ายต้นปี 2014
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 9.7 นิ้ว
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงินหรือสีเทาสเปซเกรย์
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad Air Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight



     

iPad mini 4

  • ปี: ปลายปี 2015
  • ความจุ: 16, 32, 64, 128 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1538 บน iPad mini 4
    A1550 บน iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 7.9 นิ้ว
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ หรือสีทอง
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad mini 4 Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight
  • Touch ID



     

iPad mini 3

  • ปี: ปลายปี 2014
  • ความจุ: 16, 64, 128 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1599 บน iPad mini 3
    A1600 บน iPad mini 3 Wi-Fi + Cellular
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 7.9 นิ้ว
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ หรือสีทอง
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านซ้ายของ iPad mini 3 Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight
  • Touch ID



     

iPad mini 2

  • ปี: ปลายปี 2013 และต้นปี 2014
  • ความจุ: 16, 32, 64, 128 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1489 บน iPad mini 2 Wi-Fi
    A1490 บน iPad mini 2 Wi-Fi + Cellular
    A1491 บน iPad mini 2 Wi-Fi + Cellular (TD-LTE) วางจำหน่ายต้นปี 2014
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 7.9 นิ้ว
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงินหรือสีเทาสเปซเกรย์
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านซ้ายของ iPad mini 2 พร้อมจอภาพ Retina Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight



     

iPad mini

  • ปี: ปลายปี 2012
  • ความจุ: 16, 32, 64 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1432 บน iPad mini Wi-Fi
    A1454 บน iPad mini Wi-Fi + Cellular
    A1455 บน iPad mini Wi-Fi + Cellular (MM)
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงินหรือสีหินชนวน
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านซ้ายของ iPad mini Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight



iPad (รุ่นที่ 5)

  • ปี: 2017
  • ความจุ: 32, 128 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง): 
    • A1822 บน iPad (รุ่นที่ 5) Wi-Fi
    • A1823 บน iPad (รุ่นที่ 5) Wi-Fi + Cellular
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 9.7 นิ้ว
  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีเงิน สีทอง หรือสีเทาสเปซเกรย์
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ nano-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad (รุ่นที่ 5) Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight
  • Touch ID




iPad (รุ่นที่ 4)

  • ปี: ปลายปี 2012
  • ความจุ: 16, 32, 64, 128 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1458 บน iPad (รุ่นที่ 4) Wi-Fi
    A1459 บน iPad (รุ่นที่ 4) Wi-Fi + Cellular
    A1460 บน iPad (รุ่นที่ 4) Wi-Fi + Cellular (MM)
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • จอภาพ Retina ขนาด 9.7 นิ้ว
  • ขั้วต่อ Lightning
  • ถาดใส่ micro-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad (รุ่นที่ 4) Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime HD และกล้อง iSight



iPad (รุ่นที่ 3)

  • ปี: ต้นปี 2012
  • ความจุ: 16, 32, 64 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1416 บน iPad (รุ่นที่ 3) Wi-Fi
    A1430 บน iPad (รุ่นที่ 3) Wi-Fi + Cellular
    A1403 บน iPad (รุ่นที่ 3) Wi-Fi + Cellular (VZ)
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • ช่องต่อแบบ 30 พิน
  • ถาดใส่ micro-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad (รุ่นที่ 3) Wi-Fi + Cellular
  • กล้อง FaceTime และ iSight



iPad 2

  • ปี: 2011
  • ความจุ: 16, 32, 64 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1395 บน iPad 2 (Wi-Fi)
    A1396 บน iPad 2 (รุ่น GSM)
    A1397 บน iPad 2 (รุ่น CDMA)
  • กรอบจอด้านหน้าสีขาวหรือสีดำ
  • ช่องต่อแบบ 30 พิน
  • ถาดใส่ micro-SIM จะอยู่ทางด้านขวาของ iPad (รุ่น GSM เท่านั้น)
  • กล้อง FaceTime และกล้องหลัง



   

iPad

  • ปี: 2010
  • ความจุ: 16, 32, 64 GB
  • หมายเลขรุ่น (บนฝาครอบด้านหลัง):
    A1219 บน iPad (Wi-Fi)
    A1337 บน iPad (Wi-Fi + 3G)
  • กรอบจอด้านหน้าสีดำ
  • ช่องต่อแบบ 30 พิน
  • ถาดใส่ซิมการ์ดมาตรฐานบน iPad (Wi-Fi + 3G)


FaceTime อาจไม่สามารถใช้งานได้ในบางประเทศหรือภูมิภาค
วันที่เผยแพร่:

World Clock

5G จะทำให้ วงการสื่อและบันเทิง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

5G จะทำให้ วงการสื่อและบันเทิง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เทคโนโลยี 5G เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 –...