หน้าเว็บ

วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ชมภาพแนวคิด iPhone SE 2 ตัวเครื่องวัสดุกระจก (โดย AppleiDesigner)

ชมภาพแนวคิด iPhone SE 2 ตัวเครื่องวัสดุกระจก (โดย AppleiDesigner)

by  Thitirath Kinaret



AppleiDesigner ได้จัดทำภาพแนวคิด iPhone SE 2 โดยภาพรวมเป็น iPhone SE ที่ใช้ตัวเครื่องวัสดุกระจก จะสวยงามขนาดไหน ไปชมกัน


ภาพแนวคิด iPhone SE 2 ตัวเครื่องวัสดุกระจก

ภาพแนวคิด iPhone SE 2 ชุดนี้ออกแบบโดย AppleiDesigner แสดงให้เห็นถึง iPhone SE 2 ที่ออกแบบเหมือน iPhone SE รุ่นแรก แต่ใช้วัสดุกระจกและสีตัวเครื่องเหมือนกับ iPhone 8



ข่าวลือ iPhone SE 2 ล่าสุด เผยว่า Apple อาจเปิดตัวรุ่นใหม่ในช่วงต้นปี 2018 นี้ แต่ iPhone SE รุ่นใหม่จะยังใช้การออกแบบเหมือนเดิม โดยจะมีการอัปเกรดสเปคภายในเท่านั้น รอติดตามข่าวกันต่อไป

ขอบคุณภาพจาก – AppleiDesigner
https://www.iphonemod.net/



วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560

มีอะไรใหม่ใน iOS 11.2 ตัวเต็ม

มีอะไรใหม่ใน iOS 11.2 ตัวเต็ม ไปชมกันครับ ดีขึ้น เร็วขึ้น แบตทน อัพเลย | สอนใช้ iPhone ง่ายนิดเดียว



Cr. สอนใช้ ง่ายนิดเดียว


#Adam_IT_Services
Adam IT Services

วิธีง่ายๆตรวจสอบข้อความและรูปที่ได้รับมาว่าจริงหรือหลอก ก่อนแชร์

วิธีง่ายๆตรวจสอบข้อความและรูปที่ได้รับมาว่าจริงหรือหลอก ก่อนแชร์





หลายท่านคงติดตามข่าวสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตมากขั้น ซึ่งบางข่าวจริง บางข่าวปลอม โดยได้รับมาจากเพื่อนๆแชร์กันมา จะตรวจสอบข้อความที่ได้รับมา ตรวจสอบรูปที่ได้รับมากันก่อนแชร์ว่าสิ่งที่ได้รับมาเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริงกัน เช็คก่อนแชร์ เพื่อป้องการการแชร์เรื่องผิด เรื่องไม่จริง และเราจะกลายเป็นคนทำผิดกฎหมายไม่รู้ตัว!! ตรวจสอบง่ายๆอย่างไร? ดูได้จากคลิปนี้


Cr. iT24Hrs

 
#Adam_IT_Services

Adam IT Services

วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

5G จะทำให้ วงการสื่อและบันเทิง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

5G จะทำให้ วงการสื่อและบันเทิง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

เทคโนโลยี 5G เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง อุตสาหกรรมบันเทิง สื่อ และการตลาด วงการสื่อและบันเทิง อย่างสิ้นเชิง อย่างที่จะไม่หลงเหลือสื่อรูปแบบเดิมๆ อีกเลย โดยการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เหมือนกับเทคโนโลยี 4G ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรูปแบบการบริโภคสื่อ เพราะตั้งแต่มีเทคโนโลยี 4G เกิดขึ้นนั้น ทำให้เกิดวัฒนธรรมการดาวน์โหลดเนื้อหาบนคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงการสตรีมมิ่งบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ 4G ที่สามารถสตรีมมิ่งคอนเทนท์ต่างๆ เช่น เพลงและวิดีโอที่มีคุณภาพบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้หนังสือพิมพ์ หนังสือแม็กซีน โทรทัศน์แบบดังเดิม ในประเทศสหรัฐอเมริกาและในยุโรปต้องขาดทุนและเลิกกิจการไปมากมายในปี 2014 และกำลังจะเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก





ดังนั้นเทคโนโลยี 5G จะเข้ามาปฏิรูป วงการสื่อและบันเทิง ในทศวรรษหน้าได้เฉกเช่นเดียวกับเทคโนโลยี 4G ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งนวัตกรรมด้านเนื้อหา, ห่วงโซ่คุณค่า และการบริโภค นอกจากนี้ 5G ยังมีศักยภาพต่อนักการตลาดอย่างมาก อย่างเช่น การดาวน์โหลดข้อมูลบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยคามเร็วเฉลี่ย 100 เมกะบิตต่อวินาที และเวลาในการตอบสนองจะลดลงจนเข้าใกล้ศูนย์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม 5G จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง วงการสื่อและบันเทิง และการตลาดในวงกว้างมากขึ้น สามารถลดปัญหาของผู้บริโภคที่อาศัยอย่างหนาแน่นในเมืองที่มักจะประสบปัญหาการใช้งานเครือข่ายมากเกินไปลงได้ และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจะได้รับประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น ซึ่ง 5G จะเป็นโอกาสสำหรับสินค้าและนักการตลาดในการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้เกิดนวัตกรรมมากยิ่งขึ้นด้วยวิธีการดึงดูดผู้บริโภคในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใหม่ๆ

ปัจจุบัน (ปี 2017) เทคโนโลยี 5G ยังอยู่ในช่วงทดสอบ แต่ในอีก 2 – 3 ปี ข้างหน้าจะเริ่มให้บริการ โดยอาจมีการใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีเดิม อย่างเช่น 4G และจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากปี 2020 เป็นต้นไป เทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น

5G จะส่งผลกระทบต่อการบริโภคสื่อ และการตลาด เนื่องจากความเร็วในการดาวน์โหลดจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 เท่า เมื่อเทียบกับ 4G และสำหรับมาตรฐาน 5G ที่แท้จริงอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 100 เท่า ดังนั้นหากเป็นการดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD บนเครือข่าย 4G จะใช้เวลาในการดาวน์โหลด 6 นาที แต่ 5G อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ในยุคที่ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหา, รูป และวิดีโอ แล้วมีความเร็วในการอัปโหลดที่ดีขึ้น จะช่วยกระตุ้นให้เกิดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียมากขึ้นด้วย



5G มีความหน่วงเวลา (latency) ที่น้อยมากๆ โดยจะช่วยทำให้การสตรีมมิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วิดีโอจะต้องการบัฟเฟอร์ที่น้อยลงและเนื้อหาจะมีคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้นักการตลาดมีโอกาสในการเผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณภาพสูง (HD) เช่นเดียวกับวิดีโอรูปแบบใหม่ อย่างเช่น virtual reality (VR), augmented reality (AR) และภาพ 360 องศา

5G จะทำให้การดาวน์โหลดเนื้อหาที่มีคุณภาพความละเอียดสูง โดยใช้เวลาในการดาวน์โหลดลดลงมาก
ซึ่งความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพ ความเร็ว และความน่าเชื่อถือ นำไปสู่การสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว

การสตรีมมิ่งวิดีโอ 4k ทำให้การถ่ายทอดสดเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ วงการสื่อและบันเทิง โดยเฉพาะผู้ทำรายการสื่อ เช่น การถ่ายทอดรายการกีฬา ส่วนการสื่อสารการตลาดสามารถมองเห็นศักยภาพในการใช้ video calling แบบตัวต่อตัว เป็นช่องทางที่เชื่อถือได้มากขึ้นสำหรับการบริการลูกค้า อย่างเช่น การแชทสด (live chat) และโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการให้บริการลูกค้า

ผู้ให้บริการเครือข่าย 5G จะมีอำนาจในตลาดมากกว่าผู้ให้บริการบรอดแบนด์แบบมีสาย (เคเบิล) เช่น Comcast ซึ่งคาดว่าผู้ให้บริการเคเบิลจะร่วมเป็นพันธมิตร เข้าซื้อกิจการ หรือกลายมาเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย 5G นอกจากนี้คาดว่าบริษัท ด้านเทคโนโลยี เช่น Facebook, Google และ Amazon จะพยายามเข้าสู่การพัฒนา 5G โดยในปัจจุบัน Amazon กำลังเจรจากับ Dish Network เพื่อพัฒนาเครือข่าย 5G

การที่ 5G ทำให้เวลาที่ใช้ในการดาวน์โหลดเนื้อหาดิจิทัลที่มีปริมาณมหาศาล เช่น โทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือเกม ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที จึงทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่า 5G จะนำไปสู่นวัตกรรมด้านเนื้อหาที่สำคัญ การพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายทอดสด (live-streaming) และจะมีผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีกมากมายจากเทคโนโลยี 5G ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Internet of Things (IoT), Robot, Drone ไปจนถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในการวิเคราะห์ Big Data Analytics

5G เป็นวิวัฒนาการในการเชื่อมต่อ ซึ่งจะทำให้เห็น Internet of Things (IoT) เข้าสู่กระแสหลัก
โดยรายงานล่าสุดจาก Ericsson คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เกิดจากความน่าเชื่อถือในประสิทธิภาพของเครือข่าย 5G ที่สูงมาก โดยการนำระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ของเซ็นเซอร์มาใช้ เช่น เซ็นเซอร์บนยานพาหนะที่นำไปใช้ประโยชน์บนท้องถนนได้มากขึ้น เนื่องจากมีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความจุและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์ในเครือข่ายได้นานมากขึ้น

การเชื่อมต่อกับโลกแห่งความเป็นจริงอาจเป็นได้ในเทคโนโลยี 5G ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นจุดขายที่สำคัญสำหรับอุปกรณ์แฮนด์ฟรี เช่น Alexa ของ Amazon แต่สิ่งต่างๆภายในครัวเรือน ตั้งแต่หลอดไฟ กาต้มน้ำไปจนถึงตู้เย็น ก็อาจจะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ใหม่ที่น่าเชื่อถือนี้มากขึ้น

5G เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับ วงการสื่อและบันเทิง และนักการตลาด ที่ทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการมีส่วนร่วมและการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ทำให้การให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการใช้งานเทคโนโลยี 5G นี้ ไม่ว่าจะใช้งานในอุตสาหกรรมใดก็ตาม ล้วนทำให้มีการเชื่อมต่อกันมากขึ้น ซึ่งผู้ให้บริการจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบและการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพต่อการใช้งานที่ผิดพลาดทางเทคนิคหรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ และแน่นอน ความรวดเร็วของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เร็วขึ้น ก็จะทำให้ความเสี่ยงด้านภัยคุกคามไซเบอร์สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ถึงแม้ว่า 5G อาจจะทำลายล้างธุรกิจรูปแบบเดิมๆ แต่มันก็เป็นการทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์ (Creative destruction) และมันก็สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมรูปแบบเดิม และมันจะยังคงดำเนินต่อไปตราบใดที่เทคโนโลยียังไม่หยุดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

Reference :
https://www.forbes.com/sites/nelsongranados/2017/07/17/5g-the-next-tech-disruption-in-media-and-entertainment-is-coming/#71ca78ba7026
https://www.clickz.com/5g-the-next-great-media-disruption/113675/

พ.อ.ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
23 พฤศจิกายน 2560
www.เศรษฐพงค์.com

วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เทส 4 กล้องมือถือเทพ Pixel 2 XL vs Mate 10 Pro vs iPhone X vs Note 8 [Camera Test]

 

Cr. iaumreview

[Review] Nubia Z17s ดีไซน์สุดสวย แรม 8 GB ราคาแค่นี้เองหรอ กล้อง 4 ตัวด้วย!!!

 

Cr.  SpecPhoneTV

วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อัพเดตใหม่ล่าสุด! มีอะไรใหม่ ใน iOS 11.2 Developer beta 3 ไปชมกันครับ

 

Cr. สอนใช้ ง่ายนิดเดียว

เช็คแบตเตอรี่เสื่อม แบตเตอรี่เสีย ใน Phone และ Pad ง่ายนิดเดียว 2017

 

 ลิงค์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรม http://www.icopybot.com/download.htm

Cr. สอนใช้ ง่ายนิดเดียว

วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

หนูไม่ต้องตั้งใจเรียนแล้วใช่มั้ยคะ?!! วุ้นแปลภาษามาแล้ว!!! | ili

 

Cr. Ceemeagain Chatpawee

วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

#แบไต๋ตู้ต่อไป #14 พิสูจน์ธนาคารของรัฐจะล้ำเกินธนาคารพาณิชย์ไทยหรือไม่!?

 

 Cr. Beartai

วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เทคนิคลับที่ Apple ไม่เคยบอก ลบอีเมลทั้งหมด ทำได้ ง่ายกว่าที่คิด | สอนใช้ง่ายนิดเดียว

 

Cr. สอนใช้ ง่ายนิดเดียว

วิธีง่ายๆ ในการดาวน์โหลดแอพที่มีขนาดใหญ่กว่า 100 หรือ 150MB ผ่านเซลลูลาร์ 4G หรือ 3G ไม่ผ่าน Wi Fi

 

Cr. สอนใช้ ง่ายนิดเดียว

วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560

[Review] iPhone 8 Plus ฉบับละเอียด พร้อมเทียบ iPhone 7 คุ้มไหม ต้องดู!

 

Cr. SpecPhoneTV

วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560

[Review] Apple iPad 2017 ไม่มี tablet ไหนดีกว่านี้อีกแล้ว

 

หลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว Tablet iPad รุ่นแรกออกไป แน่นอนว่ายักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามออก Tablet รุ่นต่างๆ ยี่ห้อต่างๆ มาแข่งขันกัน จนตอนนี้ตลาด Tablet เริ่มไปไม่ได้แล้วและทุกคนเริ่มออก Tablet มาจำหน่ายกันน้อยลง หรือ ออกพวก Hybrid Tablet PC ออกมาวางจำหน่ายกันเพียบ เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น แต่ตอนนี้ Apple ออก iPad ตัวใหม่ 2017 ที่มีราคาหมื่นกว่าบาท ดูเหมือนว่าราคาจะเย้ายวนสำหรับลูกค้าหน้าใหม่ เช่นนักเรียน นักศึกษา ที่สามารถซื้อได้แบบไม่เจ็บตัวมากนัก แต่แม้ว่า iPad 2017 จะถูกตั้งราคาออกมาให้ทุกคนซื้อได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเหมาะสำหรับทุกคน เพราะมันไม่ได้บางอย่างรุ่นก่อนหน้า และมันไม่ได้มี Feature ที่ดูแล้วแบบโอ้โห หรือพูดอีกนัยยะหนึ่งว่า มันอาจจะเป็นอะไรที่โง่ ที่ออก iPad รุ่น 2017 ออกมาให้ใช้งาน แต่เอาจริงๆแล้ว มันใช้โคตรดีเลย

เริ่มต้นที่ Hardware

ต้องบอกก่อนว่า iPad 2017 ตัวนี้ ถูกทำออกมาแทน iPad Air 2 ที่ไม่ใช่ตัว Pro และแน่นอนว่า ไม่ได้มีอะไรที่สวยงามเหมือนตัว iPad Pro หรอก และมีขนาดหนากว่า Air 2 ด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ประทับจิต แต่มันมีหน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียดที่ 2048 x 1536 และหนากว่า iPad Air 2 อยู่ประมาณ 7.5 มิลลิเมตร หนักกว่านิดหน่อย
แม้ว่าจะหนักกว่า และหนากว่ารุ่นเดิม แต่เราก็คิดก่อนว่า ช่างมัน Apple คงจะมีประเด็นอะไรสำคัญที่ทำให้มันหนักกว่า และหนากว่า ซึ่งจากการทดสอบลองถืออ่านหนังสือ E-book ดู ก็ไม่ได้ทำให้มือเมื่อยขึ้นแต่ประการใด และคงสงสัยกันแล้วว่า แล้วทำไม Apple ถึงทำให้มันหนักกว่าและหนากว่านะ? เป็นเพราะว่า แบตเตอรี่มันใหญ่ขึ้น เป็น 32.9Whr ซึ่งใหญ่กว่า iPad Air 2 ค่อนข้างมาก ซึ่งมันทำให้คุณใช้ iPad 2017 นี้ได้นานขึ้น แต่ก็ต้องแลกกันกับความหนาขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น
สำหรับ Chipset ที่อยู่ใน iPad 2017 ตัวนี้ก็คือ A9 ที่มันใช้แบบเดียวกันกับ iPhone 6S นั่นแหละ มีแรมทั้งหมด 2GB และมีพื้นที่จัดเก็บให้เลือก 2 Size ก็คือ 32GB หรือ 128GB ซึ่งไม่มีรุ่น 64GB ให้ใช้งานกัน และมีรุ่นที่มีการใส่ Sim card ได้แบบ LTE ให้เลือกด้วยโดยมีราคาแพงกว่ารุ่นที่ไม่มีประมาณ 4-5 พันบาท และรุ่นที่มี LTE จะหนักกว่านิดหน่อย ไม่สังเกตก็จะไม่รู้เลย และที่น่าประทับใจอีกตัวหนึ่งก็คือ Touch ID ทำงานได้รวดเร็วเหมือนกันกับ iPhone 6S เลยทีเดียว
**เพิ่มเติม หากใครซื้อมาใช้และต้องการ เคส iPad 2017 ห้ามซื้อ เคสของ iPad Air มาใส่ เพราะมันใส่กันไม่พอดีนะ

คุณภาพหน้าจอ และ เสียงเป็นยังไง?

ความละเอียดหน้าจอของมันต้องบอกว่าเท่ากันกับ iPad Air 2 ตัวก่อนหน้า และ iPad Pro ตัว 9.7 นิ้ว นั่นแหละ แต่มันมีสิ่งที่แตกต่างกันไปเพียงเล็กน้อย เพราะ iPad รุ่นก่อนหน้าที่ออกมา 3 ปีให้หลังจะมี หน้าจอแบบ ลามิเนต อธิบายง่ายๆก็คือ หน้าจอและกระจกหน้า iPad ติดกันไปเลย แต่สำหรับ iPad 2017 มันจะไม่ได้ติดกัน และจะมีเสียงทุกครั้งที่กดลงไปบนหน้าจอ
และหน้าจอของ iPad 2017 ไม่ได้ถูกเคลือบมาด้วยการกันแสงสะท้อน ซึ่งอาจเป็นวิธีลดต้นทุนของ Apple ในเบื้องต้น ซึ่งหากมองเปรียบเทียบกัน การแสดงผลระหว่าง iPad Air 2 และ iPad 2017 ตัวนี้ทำได้ดีกว่าเยอะ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในที่สว่างเกินไป
และสำหรับเสียงจากลำโพง ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก ซึ่งเอาจริงๆ เรามองไม่เห็นความแตกต่างเลย และ iPad 2017 ตัวนี้ มีรูเสียบหูฟังให้นะ ไม่เหมือนกันกับ iPhone 7 ที่ไม่มีรูใส่หูฟังมาให้ และต้องซื้อ Airpod มาใช้นั่นแหละ

Operating System และ Hardware

ตัวนี้ใช้ Chipset A9 อย่างที่บอกกันไปแล้ว และมีแรม 2GB (ใครที่ใช้ iPhone 6S อยู่จะรู้ว่ามันลื่นขนาดไหน) และมี clock speed ที่ 1.85GHz ซึ่งถือว่าแรงมาก และสามารถใช้งานได้หลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน ถ้าเล่นเว็บนี่ลื่นเลย แต่ยังไม่ได้ลองเล่นเกมส์ดู แต่โดยรวมแล้ว มันคือ iPad ที่มีราคาดีที่สุด และแรงที่สุด ใช้งานได้หลายๆอย่างพร้อมกันได้ลื่นที่สุดที่เคยใช้มา
และสำหรับ iOS ที่มาพร้อมกับเครื่องก็คือ iOS 10.3 ซึ่งคนใช้ iPhone ก็คงรู้ดีอยู่แหละว่ามันใช้งานยังไงได้บ้าง ซึ่งตอนนี้มันสามารถทำ Split Screen ได้แล้ว และที่ทดสอบดูกับ iPad 2017 ตัวนี้ก็ทำได้ดีไม่มีค้าง แค่เข้าไปที่ General >> Multitasking >> Allow Multiple Apps แค่นี้ก็ทำ 2 หน้าจอได้แล้ว

ความอึดของแบต

iPad รุ่นต่างๆ

เวลา ชั่วโมง : นาที

iPad (2017)12:41
iPad Pro 12.910:47
iPad mini 413:04
iPad Air 211:15
iPad Pro 9.79:21
Lenovo Yoga 3 Pro7:36
Surface Pro 47:15
*ข้อมูลจาก Engadget
อย่างที่บอกไปว่า iPad 2017 ตัวนี้ มีแบตที่ใหญ่กว่าเดิม มันจึงทำให้ตัวนี้มีความอึดดีมากกว่ารุ่นก่อนเยอะ และอยู่ได้ถึง 12 ชั่วโมง 41 นาที โดยการ เล่น HD video วนๆไป และมีความสว่างหน้าจอ 50 percent

ถ้าไม่ซื้อ iPad 2017 มีรุ่นไหนให้เลือกอีก?

ด้วยราคาหมื่นกว่าบาท เอาจริงๆ เราแนะนำให้ซื้อ iPad 2017 เพราะมัน work จริง

วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560


เวลาเปิดจอง iPhone X วันที่ 27 ต.ค. 60 นี้ เทียบเป็นกี่โมงที่ประเทศไทย

Pre Order Iphonex When How

iPhone X จะเปิดให้จองวันที่ 27 ตุลาคม 2560 ในกลุ่มประเทศแรกซึ่งจากรายงานทำให้ทราบว่าจำนวนเครื่องนั้นมีไม่เยอะในช่วงแรกๆ ผู้ใช้อาจจะต้องแย่งชิงกันสักหน่อย (ทำให้ผมนึกถึงสมัย iPhone 7 Plus ที่ของขาดตลาดช่วงแรกและหายากมากโดยเฉพาะสี Jet Black) ดังนั้นเรามีดูกันว่าวันที่ 27 ตุลาคม 2560 นี้มีประเทศใดบ้างที่เปิดจอง แล้วถ้าจะจองเราต้องทำตอนกี่โมงและผ่านช่องทางไหนง่ายที่สุด

IPHONE X เปิดขายประเทศแรกๆ มีที่ไหนบ้าง

Iphone X Hands On Back
iPhone X จะเปิดให้จองวันที่ 27 ตุลาคม 2560 นี้ในกลุ่มประเทศแรกซึ่งได้แก่ อันดอร์รา, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, บาห์เรน, เบลเยียม, บัลแกเรีย, แคนาดา, จีน, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, กรีนแลนด์, เกิร์นซีย์, ฮ่องกง, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, ไอร์แลนด์, เกาะแมน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เจอร์ซีย์, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา, เม็กซิโก, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, เปอร์โตริโก, กาตาร์, โรมาเนีย,​ รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, สิงคโปร์, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยนั้นต้องรอลำดับถัดไป

เวลาเปิดจอง IPHONE X เทียบเป็นกี่โมงที่ประเทศไทย

ก่อนหน้านี้เคยแนะนำเรื่องการจอง iPhone 8 ที่ Apple Store ในต่างประเทศไปแล้วนะครับ (ชมคลิปด้านล่าง) หลักการคือเราจองที่ประเทศนั้นๆ แล้วไปรับเครื่องที่ประเทศนั้นๆ เลย เหมาะสำหรับใครที่ต้องการบินไปเที่ยวหรือบินไปหิ้วจากประเทศนั้นๆ ตามความสะดวกของแต่ละคน
รอบนี้ขอนำเวลาการจองในแต่ละประเทศที่สำคัญๆ มาให้ชมกันนะครับว่า ที่นั่นเปิดจองกี่โมงของเวลาท้องถิ่นและคิดเป็นเวลาไทยกี่โมง ไปชมกันเลยครับ
  • ออสเตรเลีย – เวลาท้องถิ่น 18.01 น. ตรงกับเวลาไทย 14.01 น.
  • สิงคโปร์ – เวลาท้องถิ่น 15.01 น. ตรงกับเวลาไทย 14.01 น.
  • ฮ่องกง – เวลาท้องถิ่น 15.01 น. ตรงกับเวลาไทย 14.01 น.
  • จีน – เวลาท้องถิ่น 15.01 น. ตรงกับเวลาไทย 14.01 น.
  • ญี่ปุ่น – เวลาท้องถิ่น 16.01 น. ตรงกับเวลาไทย 14.01 น.
  • อังกฤษ – เวลาท้องถิ่น 08.01 น. ตรงกับเวลาไทย 14.01 น.
  • สหรัฐอเมริกา – เวลาท้องถิ่น 00.01 น. ตรงกับเวลาไทย 14.01 น.
สำหรับประเทศอื่นๆ สามารถเช็คเวลาได้ที่ www.apple.com/ ของประเทศนั้นๆ

จองผ่านช่องทางไหนสะดวกและเร็วที่สุด?

จากประสบการณ์ตรงผมแนะนำให้จองผ่านแอปพลิเคชัน Apple Store จะเร็วและสะดวกที่สุด และควรรอตั้งแต่เวลา 13.59 น. เป็นต้นไป โดยสิ่งที่ต้องทำคือ ต้องเปลี่ยน Apple Store ให้เป็นประเทศที่ต้องการจองก่อน เช่น สิงคโปร์ เป็นต้น โดยข้อมูลสำคัญที่ต้องมีคือ
  • ชื่อ สกุล ภาษาอังกฤษ ต้องตรงกับ Passport ซึ่งจะใช้เมื่อไปรับเครื่องที่ Apple Store
  • ที่อยู่ในประเทศนั้นๆ แนะนำให้ใส่ที่อยู่ของโรงแรมก็ได้และที่สำคัญรหัสไปรษณีย์ของประเทศนั้นต้องถูก
  • บัตรเครดิตสามารถใช้ของประเทศไทยได้ (ทดสอบแล้วกับ Apple Store ของออสเตรเลียและสิงคโปร์) ส่วนบัตรเดบิตหรือว่าบัตร Kweb Shopping ก็ใช้งานได้เช่นกัน
  • เบอร์โทรสามารถใช่เบอร์ไทยได้ (ถ้าเกิดใส่ไม่ได้ก็ใช้เบอร์โรงแรมแทนได้ไม่มีผล)
  • การเลือกไปรับเครื่องนั้นเลือกแบบ Pick up at Store โดยเลือกวันและเวลาที่สะดวกที่จะไปรับ
โปรดจำไว้ว่า 1 Apple ID สามารถจองได้มากสุด 2 เครื่องเท่านั้น และควรเช็คชื่อใน Billing Address ให้ดีว่าสะกดถูกต้องตาม Passport ของเราหรือไม่ ไม่งั้นจะเกิดปัญหาตามมา
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการจอง iPhone X ในต่างประเทศนะครับ หากมีข้อสงสัยจุดใดสามารถโพสต์คำถามไว้ที่ด้านล่างบทความนี้ได้เลย
ข้อมูลโดย iPhoneMod.net

วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เซอร์ไพรซ์ เซอร์ไพรซ์ มาไวเกินคาด เกิดอะไรขึ้น มีอะไรใหม่ ใน iOS 11.1 Public beta 4 ไปชมกันครับ

 

Cr. สอนใช้ ง่ายนิดเดียว

วิธีเช็คประกัน iPhone iPad เครื่อง Macbook และผลิตภัณฑ์ของ Apple

สำหรับเพื่อนๆที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone Ipad Macbook รวมไปถึง iPod บางคนก็ซื้อมือสองมาต้องการตรวจดูว่าประกันเหลือเท่าไหร่มาดูวิธีกันเลยครับ
อันดับแรกต้องรู้จัก Serial Number ก่อน คือเลขประจำเครื่องของเราครับ
วิธีเช็คประกัน iPhone iPad เครื่อง Macbook
1. สำหรับ  iPhone iPad iPod ไปที่ Settings (ตั้งค่า) —> General (ทั่วไป) ***ส่วน Macbook ต้องเข้าที่ Hardware –> S/N ครับ
เช็คประกัน iphone ipad ipod 1

2.   เมื่อเข้ามาเเล้ว ให้จิ้มที่ About (เกี่ยวกับ) เพื่อเข้าไปดู Serial Number ของเราครับ
เช็คประกัน iphone ipad ipod 2

3.     Serial Number ตามลูกศรสีแดงที่เห็นคือเลขประจำเครื่องไรจดไว้เเล้วเดียวเราจะนำไปเช็คอีกทีครับ
เช็คประกัน iphone ipad ipod 3

ต่อมาให้เข้าเว็บ  https://selfsolve.apple.com/agreementWarrantyDynamic.do  แล้วกรอก Serial Numbe เลือกประเทศไทย แล้วคลิก Continue ได้เลยครับ
เช็คประกัน iphone ipad ipod 4

ต่อมาให้คลิกคำว่า See your service and support coverage
เช็คประกัน iphone ipad ipod 5
 แค่นี้เราก็จะเจอวันที่ศูนย์ Apple จะรับประกันเครื่องของเราแล้วครับ
วิธีนี้สามารถใช้ได้ทุกผลิตภัณฑ์ของ Apple เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น iphone ipad ipod macbook รุ่นต่างๆครับ(Macbook อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว)
ง่ายไหมครับ ส่วนยี่ห้ออื่นก็เหมือนกันครับ หลักๆคือเลข Serie ข้างกล่อง และตัวเครื่อง ควรจะตรงกันจะอุ่นใจสำหรับคนที่ซื้่อมือถือมือสองมาครับ
แต่ถ้าใครกล่องหายก็ไม่มีปัญหาครับ มีเลข S/N ในเครื่องก็ได้รับความคุ้มครองปกติครับ สบายใจได้

วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Asus Zenfone AR โทรศัพท์ RAM 8 GB !! ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดว้าวว!!

Asus zenfone AR โทรศัพท์มือถือที่มี RAM มากถึง 8 GB!! จะเป็นยังไงบ้าง เพื่อนๆลองติดตามดูในคลิปได้เลยยย

Cr. SpecPhoneTV

รีวิว ASUS Zenfone 4 Max Pro Edition : Smartphone

เทปนี้เรามาอยู่กับรีวิว Smartphone รุ่นใหม่จากแบรนด์ ASUS Zenfone ที่ทำตลาดขายดีจนของหาไม่ทันมาตั้งแต่รุ่นแรก จนตอนนี้เดินทางมาถึงรุ่นที่ 4 แล้ว พร้อมกับมีรุ่นย่อยให้เลือกมากขึ้น ตัวที่เรารีวิววันนี้จะเป็นรุ่น Zenfone 4 Max Pro Edition ที่มีการเปลี่ยนกล้องเพิ่มเติมจาก Zenfone 4 Max มาให้เป็น 16MP และเปลี่ยน Storage ลดลงจาก 64GB มาเป็น 32GB แทน ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ที่เป็นจุดเด่นของ Zenfone Max นั้นก็ยังคงให้มาจุใจที่ 5000mAh เช่นเดิม

 

Cr. OverclockZoneTV

วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สอนใช้ ง่ายนิดเดียว Touch ID เริ่มไม่แม่น แก้ได้ ง่ายนิดเดียว

 

Cr. สอนใช้ ง่ายนิดเดียว

มีอะไรใหม่ใน iOS 11.0.3 อัพเดตใหม่ล่าสุด เพิ่มอะไร แก้ไขอะไรบ้าง ไปชมกันครับ | สอนใช้ง่ายนิดเดียว

Cr. สอนใช้ ง่ายนิดเดียว

วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560

iPhone เครื่องศูนย์ VS iPhone รีเฟอร์บิชต่างกันอย่างไร || ไอโฟน refurbished คืออะไร

Cr.  GU ZAP

ทำไม CPU มีหลายคอร์? แบบขอสั้นๆ

 

จบแล้วต่อด้วยอันนี้เลยครับ เพื่อเพิ่มความเข้าใจ Click

Cr. 9arm

วันพุธที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เรื่องควรรู้: ชาร์จแบต iPhone, iPad, MacBook กี่ครั้ง แบตถึงจะเสื่อม ?

ios-battery-1

หลายคนอาจจะเคยอ่านวิธีการชาร์จแบตเตอรี่บน iPhone, iPad, iPod, MacBook ตามเว็บบอร์ด หรือตามคำบอกเล่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีหรือความเชื่อแปลกๆ มากมายเกี่ยวกับการชาร์จแบตของแอปเปิล ซึ่งก็มีทั้งจริงและไม่จริง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเชื่อใคร

ซึ่งในที่สุดเพื่อลดข่าวลือมากมายบนอินเทอร์เน็ต แอปเปิลก็ได้เปิดหน้าเว็บเพื่ออธิบายการชาร์จแบตอย่างละเอียด ซึ่งข้อมูลที่มาจากผู้ผลิตย่อมน่าเชื่อถือและนำไปอ้างอิงได้อย่างถูกต้องกว่าแน่นอน :)
เรามาทำความเข้าใจกับเรื่องแบตเตอรี่ของสินค้าแอปเปิลกันดีกว่าครับ
apple-battery-lithium-ion-charge

แอปเปิลใช้แบตเตอรี่แบบ Lithium

เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ Lithium นั้น มีความพิเศษคือเบา, ให้ประสิทธิภาพสูงและที่สำคัญคือชาร์จได้บ่อยครั้งโดยไม่ต้องใช้ให้หมดแล้วชาร์จทิ้งไว้นานๆ แบบแบตเตอรี่สมัยก่อน
apple-battery
สำหรับการชาร์จนั้น ในช่วง 2 ชั่วโมงแรกจะชาร์จเต็มที่ จนแบตขึ้นมาถึง 80% จากนั้นจะทำการค่อยๆ ลดความแรงในการชาร์จลงเรื่อยๆ เพื่อถนอมแบต ที่เรารู้สึกว่าเครื่องร้อนช่วงแรกๆ ของการชาร์จ แต่จะเย็นลงช่วงหลัง 80% ไป เป็นเพราะสาเหตุนี้เอง
apple-battery-cycle

ชาร์จไปกี่ครั้งแบตถึงจะเสื่อม

แบตเตอรี่เมื่อใช้ไปนานๆ ย่อมมีการเสื่อมสภาพลงตามเวลา โดยแอปเปิลใช้วิธีการนับ Cycle ของการชาร์จ ซึ่งจากข้อมูลในเว็บแอปเปิลแจ้งไว้ว่า iPod สามารถชาร์จได้ถึง 400 Cycle ก่อนประสิทธิภาพของแบตจะลดลงเหลือ 80%, iPhone สามารถชาร์จได้ถึง 500 Cycle ก่อนประสิทธิภาพของแบตจะลดลงเหลือ 80% ส่วน iPad, MacBook สามารถชาร์จได้ถึง 1,000 Cycle ก่อนจะลดประสิทธิภาพลงเหลือ 80%
แล้ว 1 Cycle นับยังไง ?
วิธีการนับ Cycle ของแอปเปิลคือ “นับตามจำนวนใช้จริงโดย 1 Cycle เท่ากับ 100%” เช่น ถ้าวันนี้เราใช้แบตไป 50% แล้วก็ชาร์จจนเแบตเต็ม พรุ่งนี้ใช้อีก 50% แล้วชาร์จจนเต็ม จะนับรวมเป็น 1 Cycle ไม่ใช่ 2 Cycle
เพราะฉะนั้นการชาร์จแบตคือสามารถชาร์จ “เมื่อไหร่ก็ได้” ไม่ต้องรอให้แบตหมด
เมื่อนับด้วยวิธีนี้ จำนวน 400-500 Cycle ของ iPhone, iPod จะใช้ได้ยาวนานประมาณ 1.5-2 ปี ส่วน iPad, MacBook จะใช้ได้ยาวนานถึง 3 ปี ก่อนที่แบตจะลดประสิทธิภาพลง
apple-battery-temp

อุณหภูมิที่เหมาะสม

แบตเตอรี่ก็เหมือนอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป ที่จะอยู่ได้นานถ้าใช้ในที่อุณหภูมิเหมาะสม โดยแอปเปิลแนะนำว่าควรนำอุปกรณ์ไว้ในสถานที่อุณหภูมิระหว่าง 0-35 °C (สำหรับ iPhone, iPod, iPad) และ 10-35 °C (สำหรับ MacBook) จะให้ดีที่สุดคืออยู่ที่อุณหภูมิ 22 °C (ในห้องแอร์)
ข้อแนะนำอีกอย่างคือถ้าเราใส่เคสที่หนามากๆ เช่นเคสกันกระแทกทั้งหลาย เวลาชาร์จจะทำให้เครื่องร้อนผิดปกติ และแบตจะเสื่อมได้ แนะนำให้ถอดเคสออกแล้วค่อยชาร์จ

ถ้าจะเก็บเครื่องไว้นานๆ โดยไม่ใช้

Apple แนะนำว่า หากต้องการเก็บเครื่องไว้นานๆ โดยไม่ใช้เลย ให้ชาร์จแบตเตอรี่ไว้ที่ครึ่งหนึ่งของความจุ ไม่ควรชาร์จให้เต็มหรือปล่อยแบตเตอรี่เหลือ 0% และก่อนเก็บให้ปิดเครื่อง วางไว้ในที่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 °C หากต้องการเก็บเครื่องโดยไม่ใช้เลยนานกว่า 6 เดือน ให้นำออกมาชาร์จแบตครึ่งหนึ่งของความจุทุกๆ 6 เดือน

ถ้าแบตเตอรี่เสื่อมต้องทำยังไง ?

ศูนย์บริการต่างๆ จะมีเครื่องที่คอยตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ใน iPhone, iPad, iPod, MacBook อยู่แล้ว โดยถ้าเรารู้สึกว่าแบตเตอรี่ของเครื่องหมดเร็วผิดปกติ สามารถนำเครื่องไปที่ศูนย์บริการได้
ถ้าทางศูนย์พบว่าแบตเสื่อมจริง ก็ต้องดูว่าเครื่องเราอยู่ในประกันหรือไม่ ซึ่งประกันโดยปกติจะอยู่ที่ 1 ปี หากพบว่าแบตเสื่อมจริงสามารถเคลมเพื่อขอเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ได้ แต่หากเลยระยะประกันไปแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตหรือเครื่องใหม่
Apple - Batteries

สรุป

  • แอปเปิลนับ 1 Cycle ตามจำนวนใช้จริง
  • 400 Cycle คือค่ามาตรฐานของ iPod
  • 500 Cycle คือค่ามาตรฐานของ iPhone
  • 1,000 Cycle คือค่ามาตรฐานของ iPad, MacBook
  • ถ้าใช้เกิน 400 Cycle แล้วประสิทธิภาพแบตจะลดลงเหลือ 80% ถ้าใช้ไปต่ออีก 800 Cycle จะลดลงเหลือ 64%
  • วิธีการนับ 1 Cycle นับตามการใช้งานจริง วันนี้ใช้ 50% ชาร์จเต็ม พรุ่งนี้ใช้ 50% ชาร์จเต็ม คิดเป็น 1 Cycle ไม่ใช่ 2 Cycle
  • เพราะฉะนั้นชาร์จเมื่อไหร่ก็ชาร์จไปเถอะ
  • ซื้อเครื่องมาครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องชาร์จ 8-10 ชั่วโมงแบบมือถือสมัยก่อน
  • อย่าเอาเครื่องไปไว้ในที่ร้อน เช่นตากแดดไว้ในรถ และอย่าลืมเครื่องไว้ในที่เย็นเกินไป
  • เคสประเภทอย่างหนาตราช้าง ทำให้เครื่องร้อนได้ เวลาชาร์จควรถอดเคสออกก่อน
  • ควรใช้งานเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ Electron ในแบตได้วิ่ง จะทำให้แบตมีอายุยืนยาว
  • ควรเชื่อเอกสารอ้างอิงจากแอปเปิลผู้ผลิต มากกว่าความเชื่อที่บอกต่อๆ กันมาครับ :)
ที่มา – Apple : แบตเตอรี่

Cr.  https://www.macthai.com/2013/01/07/apple-battery-support-tips-charge-cycle/

วันอังคารที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Apple Store และ iStudio ความเหมือนที่แตกต่าง

เชื่อได้ว่าคงมีเพื่อนๆ หลายคนสับสนระหว่าง Apple Store และ iStudio ที่เป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple อย่าง MacBook, iPad, iPhone ต่างๆ แน่นอน โดยในส่วนของบทความนี้เราจะมาแนะนำทำความรู้จักกับ?Apple Store และ iStudio ว่าทั้งสองอย่างนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

Apple Store

Apple Store ก็คือ ร้านที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple ที่เป็นของ Apple เองจริงๆ ที่จะมีเฉพาะในบางประเทศเท่านั้น อย่าง อเมริกา, อังกฤษ, ญี่ปุ่น เป็นต้น ที่หลักๆ แล้วจะกระจายอยู่ตามแหล่งย่านการค้าที่สำคัญๆ โดยอาจจะเป็นอาคารเดี่ยวๆ หรืออยู่ในห้างสรรพสินค้าในเรื่องมาตรฐานการให้บริการจัดได้ว่าอยู่ในระดับสูงน่าประทับใจ เพราะได้รับการคัดสรรพนักงานและฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจากทาง Apple โดยตรง รวมไปถึงพื้นที่ในร้านจะมีขนาดใหญ่หรือใหญ่มาก พร้อมตกแต่งให้สวยงามหรูหราแบบเรียบๆ สไตล์ Apple อีกด้วย ที่สำคัญคือจะมีเพียงโลโก้ Apple ขนาดใหญ่อยู่ที่หน้าร้านเท่านั้น โดยไม่มีตัวอักษรหรือชื่อร้านอื่นๆ อย่างใดระบุไว้เลย

แต่สำหรับในประเทศไทย?ร้าน?Apple Store ที่เป็นหน้าร้านจริงๆ อารมณ์ประมาณเปิดขายตามห้างไอทีต่างๆ นั้น ตอนนี้ยังไม่มีนะครับ (ในอนาคตอาจจะมีก็เป็นไปได้) ซึ่งถ้าใครต้องการจะซื้อผลิตภัณฑ์ Apple ผ่านทางร้าน Apple Store จำเป็นต้องสั่งออนไลน์ในเว็บไซต์?Apple Store Online Thailand?อย่างเดียวเท่านั้นในตอนนี้ ซึ่ง Apple Store Singapore เป็นหน่วยงานที่จัดการดูแลอีกทีหนึ่ง แน่นอนว่าในการที่เราซื้อผลิตภัณฑ์ Apple ผ่านทาง Apple Store เราก็จะได้รับสิทธิ์ในการบริการเทียบเท่ากับที่เราซื้อผ่านหน้าร้าน Apple Store จริงๆ?
และในส่วนของ App Store ก็เป็นศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นของ iOS ไม่ได้เกี่ยงข้องโดยตรงอย่างไรกับ?Apple Store อันนี้ต้องขอบอกคนที่พูดผิดพูดถูกด้วย

iStudio

iStudio เป็นเพียง ดีลเลอร์ หรือร้านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple ที่ผ่านการแต่งตั้งจาก Apple แล้วเท่านั้น (หรือถ้าเป็นร้านที่มีเนื้อที่ใหญ่มากก็จะใช้ชื่อว่า iBeat และร้านไหนที่ตั้งในมหาวิทยาลัยจะใช้ชื่อว่า?U. Store) โดยแต่ละประเทศอาจจะใช้ชื่อที่เป็นร้านตัวแทนจำหน่ายไม่เหมือนกันก็ได้ ซึ่งอย่างประเทศไทยจะใช้เพียงชื่อ iStudio, iBeat, U. Store เท่านั้น และสำหรับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยก็มีอยู่หลายเจ้าด้วยกัน อาทิ Com7, Uficon,?Copperwired และ?Graphicscan ที่เราสามารถสังเกตุได้ง่ายจากชื่อ เช่น?iStudio by Com7 เป็นต้น
สำหรับในส่วนของการให้บริการก็คงต้องยอมรับว่าเป็นรอง?Apple Store จริงๆ เพราะพนักงานก็เป็นเพียงคนของร้านตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ไม่ใช่ของ Apple เองแต่อย่างใด แต่รวมๆ แล้วก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งในส่วนของการขายและบริการอื่นๆ อีกทั้งด้วยความที่มีมีหน้าร้านตามหน้าร้านไอทีต่างๆ ทำให้เราสามารถเดินเข้าไปซื้อผลิตภัณฑ์ Apple พร้อมดูของจริงๆ ที่เราจะซื้อได้ทันที?

ความแตกต่างระหว่าง Apple Store และ iStudio ในประเทศไทย

  • Apple Store ต้องสั่งออนไลน์แล้วรอของมาส่งที่บ้านเท่านั้น (รอที่บ้านตามวันที่กำหนดส่ง)
  • iStudio เราสามารถเดินไปซื้อได้ทันที สาขาไหนใกล้ก็ไปสาขานั้น
  • นโยบายบางอย่างของ Apple ใช้ได้กับ Apple Store เท่านั้น?
  • นโยบายบางอย่างของ Apple ไม่สามารถใช้กับ iStudio ได้
  • ของที่ซื้อผ่าน Apple Store สามารถเคลมได้ โดยการโทรสั่งให้มารับที่บ้าน หรือไปที่ศูนย์บริการ?Maccenter เองก็สามารถทำได้
  • ของที่ซื้อผ่าน iStudio สามารถเคลมได้ โดยการนำไปส่งที่ศูนย์บริการ?Maccenter หรือ iStudio เองก็สามารถทำได้
  • หากเครื่องเสียภายใน 7 วัน ถ้าซื้อจาก?Apple Store จะมี DHL (หรือ FedEx) มารับเครื่องเราแล้วไปเคลมให้อีกที
  • หากเครื่องเสียภายใน 7 วัน ถ้าซื้อจาก iStudio สามารถนำไปเปลี่ยนเครื่องจากร้านที่ซื้อมาได้ทันที
  • ซื้อของผ่าน Apple Store ต้องชำระผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น และไม่มีโปรโมชั่น 0% แต่อย่างใด
  • ซื้อของผ่าน iStudio สามารถชำระเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตได้ พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% กับบัตรที่ร่วมรายการ
  • Apple Store ไม่มีโปรโมชั่นส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์เสริมแต่อย่างใด
  • บางกรณีซื้อผ่าน?iStudio จะมีโปรโมชั่น ส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์เสริมชิ้นต่อไปได้
  • Apple Store เราสามารถใช้ สิทธิซื้อผลิตภัณฑ์ในราคานักศึกษาได้ทันทีทุกกรณี
  • ต้องเป็นร้าน?U. Store ตามมหาวิทยาลัย และเป็นนักศึกษา, อาจารย์ที่นั่นเท่านั้น ถึงจะสามารถใช้สิทธิ์ซื้อได้
  • ไม่ว่าจะซื้อจาก?Apple Store หรือ?iStudio ก็สามารถสอบถามได้ปัญหาได้ทั้ง?Apple Store Online เอง (โทรต่างประเทศแต่โทรฟรี) รวมถึงสอบถามตามร้าน iStudio หรือศูนย์บริการ?Maccenter ก็สามารถทำได้เช่นกัน
Cr. https://notebookspec.com

วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

9 มือถือน่าซื้อเดือนตุลาคม 2560

 

 

9 มือถือน่าซื้อเดือนตุลาคม 2560

- oppo R9s Pro
- Vivo V7+
- Wiko View Prime
- Wiko View / Wiko View XL
- Xiaomi Mi A1
- Huawei Nova 2i
- Apple iPhone 8
- Samsung Galaxy Note 8
- Apple iPhone X

 

Cr. nasmobile

World Clock

5G จะทำให้ วงการสื่อและบันเทิง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

5G จะทำให้ วงการสื่อและบันเทิง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เทคโนโลยี 5G เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 –...