สลับเสียงออกลำโพง/หูฟัง โดยไม่ต้องสลับสาย
วันนี้ซื้อหูฟังมาใหม่ เอามาเสียบใช้กับคอมพิวเตอร์พีซีเดสท็อป
ใช้ไปเพลินๆ ซักพัก ก็จะถอดหูฟังออก ใช้ลำโพง จึงพบปัญหาว่า จะทำอย่างไรให้เสียงมันออกลำโพง วิธีปกติคือ ดึงสายหูฟังออกจากเครื่อง พอมันรู้ตัว เสียงก็จะออกลำโพงตามเดิม แต่จะให้ทำอย่างนี้ทุกครั้งก็ไม่ไหว (ขี้เกีัยจ) จึงต้องหาวิธีที่ง่ายกว่ามาใช้
หลังจากค้นวิธีอยู่ซักพัก ก็พบว่า การ์ดเสียงที่ใช้อยู่ (ออนบอร์ด) มีคุณสมบัติแยกเสียงสำหรับรูเสียบด้านหน้าและหลังอิสระจากกัน นั่นก็คือ แทนที่จะต้องเลือกให้เสียงออกรูข้างหลัง (ลำโพง) หรือรูข้างหน้า (หูฟัง) โดยอัตโนมัติ ก็ตั้งให้เป็นให้เราเลือกได้เอง ว่าเสียงไหน จะออกรูไหน!
วิธีการคือ อย่างแรก ต้องใช้ชิปของ Realtek ซึ่งจะมีโปรแกรม Realtek HD Audio Manager มาด้วย เปิดโปรแกรมนี้ออกมา
ในขณะที่เสียบหูฟังอยู่ หน้าตาโปรแกรมจะออกมาประมาณนี้
Digital Output ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน ปล่อยพวก audiophile เค้ายุ่งไป, มาดูที่ Speakers จะเห็นว่า มันแสดงรูปแบบการต่อของหูฟังอยู่ ให้กด Device advanced settings มุมขวาบน จะได้หน้าต่างนี้
่ส่วนของ Playback Device ให้เลือก Make front and rear output devices playback two different audio streams simultaneously. แล้วกด OK
หน้าตาของโปรแกรม จะมีแท็บเพิ่มขึ้นมา เป็นแบบนี้
แท็บ Speakers จะหลับกลายเป็นรูปแบบการต่อลำโพงผ่านรูด้านหลัง ส่วนรูปแบบการต่อหูฟัง จะย้ายไปอยู่ที่ HD Audio 2nd output แทน
ลองดูที่ Volume Mixer ก็จะเห็นว่า เรามีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ชิ้นจริงๆ ด้วย
ส่วนวิธีที่จะกำหนดว่า ให้เสียงออกหูฟังหรือลำโพงนั้น จะใช้วิธีเซ็ตค่าอุปกรณ์ดีฟอลต์ วิธีคือ คลิกขวาที่ไอคอนลำโพงของวินโดวส์ แล้วเลือก Playback Devices เพื่อเปิดหน้าต่างนี้ขึ้นมา
ถ้าเราอยากให้เสียงออกทางไหน ก็ให้เลือกอุปกรณ์ตัวนั้น แล้วกด Set Default ก็จะมีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้น แล้วเสียงก็จะออกทางนั้น (ในรูปคือออกหูฟัง)
ข้อยกเว้นคือ ในบางโปรแกรม ที่เราไปเซ็ตให้เสียงมันออกไปที่อุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่อุปกรณ์ดีฟอลท์ของวินโดวส์ (ในโปรแกรมบางครั้งจะเรียกว่า Primary device) มันก็จะยังไปออกที่เดิมอยู่ ไม่เปลี่ยนตามดีฟอลท์ที่เราตั้งให้ วิธีแก้ ก็ไปตั้งให้มันใช้ดีฟอลท์ซะ
ถ้าอยากจะเล่นท่ายาก เช่น มีสองจอ แล้วมีเพื่อนมาหา อยากดูหนังคนละเรื่องพร้อมกัน ก็เซ็ตให้หนังออกคนละจอ เสียงออกคนละรู .. อะไรทำนองนั้น (จะทำไปเพื่ออะไร? ฮ่าๆ)
ที่มา : http://bit.ly/2vdxuDt